Research and Release

นอกเหนือจากการให้บริการจัดเก็บในระดับมาตรฐานสากลแล้ว ความมุ่งมั่นของเราอยู่ที่การดูแลให้หน่วยสเต็มเซลล์ทุกหน่วยคงไว้ซึ่งความมีชีวิตและความพร้อมสูงสุดสำหรับการนำไปใช้ทางคลินิก จนถึงปัจจุบัน ไทย สเตมไลฟ์ ได้ดำเนินการนำสเต็มเซลล์ออกมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาทางการแพทย์แล้วมากกว่า 25 ครั้ง

สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเตรียม การจัดการ และการเก็บรักษาด้วยการแช่แข็ง (cryopreservation) ที่มีความเข้มงวดและได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล

THAI StemLife BLOOD STEM CELL RELEASE

เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Hematopoietic Stem Cells) ที่พบในกระแสเลือด
เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด ซึ่งจะหมุนเวียนอยู่ในร่างกายในปริมาณเล็กน้อยตามปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายได้รับไซโตไคน์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของไขกระดูก เช่น G-CSF (Granulocyte Colony-Stimulating Factor ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างได้ตามธรรมชาติและมีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ต้นกำเนิด) หรือในช่วงที่ไขกระดูกกำลังฟื้นตัวหลังการให้เคมีบำบัด จำนวนของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในกระแสเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่เก็บจากกระแสเลือดมักมีอัตราการฝังตัวและการฟื้นตัวของระบบสร้างเม็ดเลือดได้รวดเร็วกว่าการใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเซลล์ที่เก็บจากกระแสเลือดมีความสมบูรณ์และมีความพร้อมในการทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดมากกว่า

โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึง “การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” มักหมายถึงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากกระแสเลือด แม้ว่าแหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติของเซลล์ต้นกำเนิดจะอยู่ในไขกระดูก แต่สามารถกระตุ้นให้เซลล์เหล่านี้เคลื่อนออกจากไขกระดูกเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ในการรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) จากกระแสเลือด

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพทย์และการตรวจร่างกาย

 

ฉีดยากระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์จากไขกระดูก (G-CSF) 5 วัน

เก็บ Full PBSCs ด้วย 
apheresis AutoMini PBSCs
ใช้เลือด 350 ซีซี

ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการของTHAI StemLife เพื่อทำการคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์

จัดเก็บสเต็มเซลล์ แช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิ-196°C

เบิกสเต็มเซลล์เพื่อนำไปใช้

ขั้นตอนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) จากกระแสเลือด

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพทย์และการตรวจร่างกาย

 

ฉีดยากระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์จากไขกระดูก (G-CSF) 5 วัน

เก็บFull PBSCs ด้วย apheresis AutoMini PBSCs ใช้เลือด 350 ซีซี

ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการของTHAI StemLife เพื่อทำการคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์

 

จัดเก็บสเต็มเซลล์ แช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิ-196°C

เบิกสเต็มเซลล์เพื่อนำไปใช้

ขั้นตอนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) จากกระแสเลือด

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพทย์และการตรวจร่างกาย

ฉีดยากระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์จากไขกระดูก (G-CSF) 5 วัน

เก็บFull PBSCs ด้วย apheresis AutoMini PBSCs ใช้เลือด 350 ซีซี

ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการของTHAI StemLife เพื่อทำการคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์

จัดเก็บสเต็มเซลล์ แช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิ-196°C

เบิกสเต็มเซลล์เพื่อนำไปใช้

มากกว่า 105 ชีวิต ที่ได้รับโอกาสในการรักษา

 

ไม่มีสิ่งใดสะท้อนคุณค่าได้ชัดเจนยิ่งไปกว่าการมีการนำหน่วยเลือดจากสายสะดือ (Cord Blood Unit) ออกมาใช้จริงในการปลูกถ่ายไขกระดูกที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับโอกาสในการรักษาชีวิต ทั้งนี้เป็นผลงานที่ยังไม่เคยมีธนาคารสเต็มเซลล์เอกชนรายใดในประเทศไทยสามารถดำเนินการได้มาก่อน

สถิติการนำเลือดจากสายสะดือออกมาใช้ของ ไทย สเตมไลฟ์
ณ เดือนกันยายน พ.ศ. 2565

ธนาคารสเต็มเซลล์แห่งเดียวที่มีจำนวนการนำเลือดจากสายสะดือออกมาใช้สูงที่สุดในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในทวีปเอเชีย

การเบิกสเต็มเซลล์ 25 ครั้ง

ASD: Autistic Spectrum Disorder; IEM: Inborn Errors of Metabolism; CP: Cerebral Palsy;

HIE: Hypoxic Ischemic Encephalopathy

ADULT Stem Cell PBSC Releases as of September 2020

MM: Multiple Myelome; MS: Multiple Sclerosis; ALL: Acute Lymphocytic Leukemia; OA: Osteoarthritis

มีการนำสเต็มเซลล์ชนิด PBSC จากผู้ป่วยเพื่อนำกลับมาใช้รักษาตนเอง จำนวน 40 ครั้ง สำหรับการดูแลภาวะข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ในโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลตำรวจ ประเทศไทย ภายใต้โครงการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาแห่งประเทศไทย ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้นำไปสู่การตีพิมพ์บทความทางวิชาการระดับนานาชาติที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed) จำนวน 6 ฉบับ และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงทางวิชาการมากกว่า 108 ครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการนำสเต็มเซลล์ชนิด PBSC จากผู้ป่วยเพื่อนำกลับมาใช้รักษาตนเอง จำนวน 25 ครั้ง สำหรับการดูแลแผลจากโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus Ulcers) ในโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้โครงการศึกษาที่ได้รับรางวัล NIA 2006 Top Innovation Award ของประเทศไทย

ข้อมูลดังกล่าวเป็นสถิติการนำสเต็มเซลล์ออกมาใช้โดย ไทย สเตมไลฟ์ เพื่อสนับสนุนการรักษาทางการแพทย์ในโรคและภาวะต่าง ๆ ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ข้อมูลนี้เป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อระบุขอบเขตของโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยสเต็มเซลล์

นอกจากนี้ การจัดเก็บเลือดจากสายสะดือ เนื้อเยื่อ หรือเยื่อบุจากทารกแรกเกิด ไม่สามารถรับประกันได้ว่าสเต็มเซลล์จะสามารถใช้รักษาโรคหรือให้ผลการรักษาได้ในทุกกรณี การพิจารณานำสเต็มเซลล์ไปใช้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นสำคัญ

มากกว่า 105 ชีวิต ที่ได้รับโอกาสในการรักษา

ในปี พ.ศ. 2550 ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของผู้ป่วยเอง (Autologous Umbilical Cord Blood Stem Cells) ร่วมกับสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด G-CSF ในการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ซึ่งต่อมาได้มีการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในวารสารที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed) ในปี พ.ศ. 2554 และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้วมากกว่า 60 ครั้ง

ในปี พ.ศ. 2551 ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเอง (Autologous Peripheral Blood Stem Cells) เพื่อการดูแลแผลจากโรคเบาหวาน (Diabetic Ulcers)

ในปี พ.ศ. 2546 ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของพี่น้องผู้บริจาคที่ได้รับการวางแผนให้เป็น “ผู้บริจาคที่เหมาะสม” (Savior Sibling) ซึ่งเกิดจากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) ณ บริษัทในเครือ Superior ART เพื่อนำไปใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูกสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

จนถึงปัจจุบัน มีทารกอีก 15 ราย ที่เกิดจาก Superior ART และมีการนำสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือไปใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูกให้แก่พี่น้องที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย รวมเป็น 15 กรณี ทั้งนี้ จากจำนวนกรณีที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกประมาณ 100 กรณี มีจำนวน 15 กรณี ที่ได้รับการสนับสนุนโดย ไทย สเตมไลฟ์

ในปี พ.ศ. 2552 มีการสนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเอง (Autologous Peripheral Blood Stem Cells) เพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis: MS)

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ได้มีการนำสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองมาใช้ในการศึกษาวิจัยด้านภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) อย่างต่อเนื่อง โดยผลงานวิจัยจำนวน 6 ฉบับ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงรวมมากกว่า 140 ครั้ง

ในปี พ.ศ. 2557 ได้มีการศึกษากลไกการทำงานของสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองในกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมกระดูกอ่อน (Cartilage Regeneration) ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้ว 42 ครั้ง

ในปี พ.ศ. 2560 ได้มีการดำเนินการศึกษาวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Study) เกี่ยวกับการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองในการดูแลภาวะข้อเข่าเสื่อม โดยโครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภาแห่งประเทศไทย และผลงานที่ตีพิมพ์ได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้ว 28 ครั้ง

THAI Stemlife's real-life experiences

ก้าวไปข้างหน้า: ความหวังจากสเต็มเซลล์จากรกและเลือดสายสะดือในการรักษาเด็กที่มีปัญหาการเดิน

การต่อสู้กับโรคธาลัสซีเมียของสองเด็กชาย มาร์โจและมาติณณ์ โดยความช่วยเหลือของ ไทย สเตมไลฟ์ และ ซูพีเรีย เอ. อาร์. ที.

ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในการรักษาแผลเบาหวาน ด้วยงานวิจัยสเต็มเซลล์ล้ำสมัย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จำกัด

เลขที่ 566/3 ซอย รามคำแหง39 (เทพลีลา1)
แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

ข้อมูล

จดหมายข่าว

ลงทะเบียนอีเมลเพื่อรับข่าวสารเพื่อไม่ให้พลาดการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ข้อเสนอพิเศษ และอัปเดตจากบริษัทของเรา